Profilo di MaskedRidereverybodyeverything...FotoBlogElenchiAltro Strumenti Guida

MaskedRider OIL

Professione
Interessi
นั่นสินะ...
(So desu ne~)

everybodyeverything...

01 ottobre

memoired...



วันนี้ว่างๆไปเดินเล่นดีโอสยามมาครับ
ดีโอสยามที่อยู่แถวๆสะพานเหล็ก...

กะจะไปหาเกมส์เล่น
เกมส์ที่เมื่อก่อนเคยเล่น...

พอไปถึงเดินหาร้าน
ร้านที่มีเกมส์ที่เคยเล่น...

เป็นเกมส์กลอง
ที่มีจอยกลอง...

.
.
.

เจ้าของร้าน : สวัสดีครับ มาเล่นเกมส์ สินะครับ
ผม : เอ่อ ครับ ยังมีเกมส"์ดรัมมาเนีย"อยู่ไหมครับ?


เจ้าของร้านชำเลืองมองไปทางเศษซากจอยกลองและจอยกีตาร์พังๆ
กับลังอะไรต่อมิอะไรมากมายทางด้านหลัง...


เจ้าของร้าน : ขอโทษจริงๆครับ คือมันพังไปได้เกือบสิบปีแล้ว
ผม : อ่า... นานขนาดนั้นเลยสินะครับ
เจ้าของร้าน : ดูท่าทางน้องจะไม่ได้มานานแล้วสินะ
ผม : ครับ...
เจ้าของร้าน : เด็กสมัยนี้เค้าชอบเล่นคอมกันแล้วน่ะครับ
เกมส์ดีๆสมัยก่อนไม่ค่อยมีใครเล่น ก็เป็นแบบนี้ล่ะ
ผม : ครับ... ขอบคุณครับ...
เจ้าของร้าน : ขอโทษด้วยนะครับ...


ผมเดินออกมา น้ำตาจะไหล
ไม่ไช่เพราะไม่ได้เล่นเกมส์
แต่เพราะความรู้สึกบางอย่าง


"ไม่ได้มาแถวนี้นานมากแล้วสินะ..."


ความทรงจำมากมายก็ผุดขึ้นตามทางเดิน
เราเคยวิ่งไล่ตีเด็กสวนที่นี่... (ล้อเล่น)
เราเคยหนีเด็กสวนแถวนี้...
เราเคยมาเล่นเกมส์...
หลงทางที่นี่ก็เคยมาแล้ว


เฮ้อ... นึกถึงเพื่อนๆสมัยก่อนจัง
ไอ้อาร์ ไอ้ฟิลม์ ไอ้นัท ไอ้ฟอร์ด ก็อดจิ เครซี่...
ทุกคนโตขึ้น มีอะไรทำมากขึ้น
ทุกคนก็เปลี่ยนไป รวมทั้งเราด้วย...


ไปเดินสะพานเหล็กต่อ
แต่ไปเมอรี่คิงส์ก่อน
ที่นี่เป็นที่แรกที่ผมได้มาดูหนัง
หนังเรื่องแรกที่ผมได้ดูคือ Casper


สมัยก่อนที่นี่มีผู้คนมากมาย ไม่ต่างจากสยามหรือมาบุญครอง


แต่ ณ วันนี้...
ขนาดเป็นวันอาทิตย์
เมอรี่คิงส์เป็นเหมือนห้างร้าง
บันไดเลื่อนก็ไม่เลื่อนอีกต่อไป
ลิฟท์ก็คงใช้ไม่ได้เช่นกัน
ไม่ต้องพูดถึงโรงหนัง
ก็คงจะไม่มีอีกแล้ว...


ไปเดินสะพานเหล็ก
เมื่อก่อนเราเคยมาซื้อ Tamiya ที่นี่
ซื้อล้อ ซื้อเฟือง มอเตอร์ ต่างๆนาๆ เพื่อให้รถเราวิ่งเร็วที่สุด
เราเคยมาดูเกมส์ใหม่ๆที่นี่เกือบทุกวัน เพื่อให้ตามเพื่อนๆทัน
มาซื้อ การ์ดยูกิ หรือ เมจิค บ่อยๆ ให้ชุดการ์ดเราไม่แพ้คนอื่น
มาดูการ์ตูน กรี๊ดกร๊าด กับการ์ตูนใหม่ๆ ที่เราชอบ
มานั่งมอง โมเดลกันดั้ม เพอร์เฟคเกรด กล่องละหมื่นที่เก็บตังค์ยังไงก็ซื้อไม่ได้


แต่ทั้งหมด
มันก็เป็นความหลังไปแล้ว...


เดี๋ยวนี้อะไรๆก็เปลี่ยนแปลง
ผมเองก็เปลี่ยนไป
อาจจะเป็นเพราะโตขึ้น
แม้จะสนใจสิ่งเหล่านั้นอยู่
แต่ก็ไม่บ้าคลั่งเหมือนแต่ก่อน
เพื่อนๆก็เหมือนกัน


ทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง
เหลือแต่ความทรงจำให้คิดถึงเท่านั้น...


บางทีเราก็สามารถนึกถึงความรู้สึกในสมัยก่อนขึ้นมาได้
นานๆทีไปเดินย้อนอดีตบ้างก็ดีเหมือนกันสินะครับ...


...

03 settembre

atriptothemoon


ไม่ได้อัพมาซะนานเชียว
ช่วงนี้งานยุ่งมากเกินไปแล้ว
 
บางที...
ผมอาจจะไม่เหมาะกับงานสายนี้ก็ได้
 
บางที...
ผมอาจจะอยากเล่นดนตรี
 
เพราะเหตุผลง่ายๆบางประการ
ที่ทำให้ผมอยากเล่นดนตรีอย่างจริงๆจังๆซักที
เพราะอะไรน่ะหรอ...
 
 
 
"เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย" ไงล่ะ
 
 
 
นั่นสินะ...
 
 
 
หยุดเพ้อเจ้อแล้วกลับมาเข้าเรื่องดีกว่า
ผมกลับจากเชียงใหม่เมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้ว
มีไดอารี่มาฝาก 2 วัน จาก 7 วัน
ตอนแรกกะจะเขียนทุกวันแต่ว่าก็ขี้เกียจ
ที่เชียงใหม่มีอะไรให้ทำมากมาย
เลยได้เขียนแค่ตอนอยู่ในรถไฟขาไปเท่านั้น...
 
 
การนั่งรถไฟคนเดียว
มันได้อารมณ์ไปทัศนศึกษาเมื่อตอนเด็กๆเลยทีเดียว
เพียงแต่ผมไม่ได้ไปเพื่อเรียนรู้โลกกว้าง
เพราะครั้งนี้ ผมไปเพื่อเรียนรู้ตัวเอง...
 
 
13/09/49 21.00 PM. 
 
 วันหนึ่ง เมื่อปัญหาถาโถมเข้ามาในชีวิตอย่างมากมาย
 ผมเริ่มล้า หมดแรงที่จะต้องไล่ตามความฝัน
 ผมจึงตัดสินใจ ไปเชียงใหม่...

 ผมคิดว่าการเดินทางจะทำให้เราลืมเรื่องราวที่โหดร้ายในอดีตได้
 ผมจึงไป...
 
 และตอนนี้ผมก็มาอยู่บนรถไฟซะแล้ว...
 
 การเพิกเฉยต่อสิ่งต่างๆ จะทำให้เราหลุดจากฝันร้ายได้รึเปล่า
 ผมไม่รู้...
 
 อดีตที่ผ่านไป ความทรงจำต่างๆ อนาคตของโลกจะเป็นเช่นไร
 ผมไม่สน...
 
 ตอนนี้ผมขออยู่กับตัวเอง ทำอะไรตามใจตัวเองสักครั้ง
 ผมจะไม่นึกถึงอดีตที่ผ่านมาหรือคิดถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง
 ผมจะอยู่กับปัจจุบัน...
 
  
14/09/49 10.50 AM.  
 
 การเดินทางครั้งนี้คงจะหมดความหมาย ถ้าไม่ได้นั่งรถไฟ
 ความฝันในวัยเด็กของผมถูกเติมเต็ม ด้วยตู้เสบียง
 การนั่งกินข้าวในตู้เสบียงเหมือนโดเรมอนกับโนบิตะไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป
 ภาพทุ่งหญ้าและดวงดาวที่กำลังเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆงดงามพอที่จะทำให้ผมลืมความเศร้าไปได้
 
มนุษย์บนรถไฟเป็นคนดี และผมก็ได้รู้จักเพื่อนใหม่อีก 1 ชีวิต
เค้าชื่อว่า Melson เป็นคนอังกฤษ ที่สอนภาษาอังกฤษ อยู่ที่ไหนสักแห่งในกรุงเทพ
เขาบอกผมว่าเขาก็พึ่งอกหักมาเหมือนกัน
 
Melson เป็นฝรั่งอารมณ์ดี
เค้าไม่รู้ว่าบนรถไฟไทยไม่มีวิสกี้ขาย
เค้าไม่รู้ว่าตำรวจรถไฟพูดภาษาอังกฤษไม่ได้
เค้าไม่รู้ว่าการพูดจาเสียงดังในโบกี้ที่มีแต่คนนอนหลับเป็นเรื่องไม่ดี
แต่เค้ารู้ว่าการยิ้มเป็นสิ่งที่ดี เค้าจึงยิ้มและหัวเราะอยู่ตลอดเวลา
 
ภาษาไม่ใช่เรื่องใหญ่ หากเราต้องการเพื่อนใหม่

Melson ทำให้ผมรู้ว่าการสนทนากับฝรั่งอารมณ์ดีเป็นเรื่องที่สนุกมาก
เอาล่ะ อีกชั่วโมงกว่าๆก็จะถึงเชียงใหม่แล้วสินะ...
 
.
.
.
07 maggio

imaginationismoreimportantthanknowledge.

 
 
อ่า... โผล่มาอีกครั้ง หลังจากหายไปโคดนาน...
 
ช่วงนี้ฝึกงานน่ะขอรับ
วุ่นวือมากๆ
ฝึกที่เอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่งในกรุงเทพ
ตอนแรกๆไม่ค่อยมีงาน นั่งเล่นเนตเล่นเกมไปเรื่อยเปื่อย
หลังๆนี่ งานมาทีละ 2-3 งาน คิดแทบไม่ทันเลยทีเดียว
บางวันก็กลับบ้านเช้า สนุกดีเหมือนกัน 55+
 
แต่เรื่องฝึกงานก็ช่างมันเถอะ
สรุปง่ายๆก็คือ ตอนนี้ผมฝึกงานอยู่ แค่นั้นแหละครับ...
 
.
.
.
 
 
แต่หัวข้อที่ผมจะพูดถึงในครั้งนี้คือ "อาหารตามสั่ง" ครับ
 
 
ร้านอาหารตามสั่ง ที่มีอยู่มากมายในประเทศนี้
เค้าสามารถทำอาหารตามที่เราสั่งได้จริงๆรึเปล่า?
และ
ร้านอาหารทั่วๆไปเค้าจะสามารถตอบสนองความต้องการ
ของลูกค้าได้เต็มที่แค่ไหน...
 
บางครั้งคุณอาจจะรู้สึกเบื่อ ข้าวหมูกระเพราไข่ดาว
ไม่อยากกิน ข้าวไข่เจียวหมูสับ หรือ อยากกินเส้นใหญ่แห้งแต่ใส่น้ำ
 
ดังนั้นการที่คุณคิดเมนูประหลาดมหัศจรรย์ขึ้นมา
ก็ไม่ไช่เรื่องที่ผิดกฏหมายหรือสมควรโดนประจารแต่อย่างใด
 
 
 
แต่ทำใม?...
 
ทำใม...
 
 
 
ทำใมบางร้านเค้าถึงทำให้เราไม่ได้...
 
อะไรฟระ...
ผิดด้วยหรอที่เราอยากได้มื้ออาหารมื้อหนึ่งที่มีสีสัน...
ผิดด้วยหรอที่เราเบื่ออาหารเบสิคทั่วไป
แค่อาหารมื้อเดียวที่จะทำให้เรามีความสุข ให้กันไม่ได้เชียวหรือ...
 
 
สั่งก๋วยเตี๋ยวน้ำ เอาเส้นหมี่กะเส้นใหญ่ผสมกันไม่ใส่ผักไม่ใส่ถั่วงอก
บางทีแทบจะโดนด่าเลยทีเดียว...
 
แบบนี้ถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภครึเปล่า?
 
 
แต่ร้านดีๆที่ทำให้เขาก็มีนะครับ ผมไม่ได้เหมารวมไปหมด
อย่างเช่นร้านแถวบ้านผมผมชอบไปกินเป็นประจำ
ซึ่งร้านนี้เป็นร้านอาหารที่เป็นอาหารตามสั่งจริงๆ
สั่งอะไรไปคุณจะได้กิน
ซึ่งเมนูโปรดของผมก็คือ
 
 
 
"เส้นหมี่ผสมเส้นใหญ่คั่วไก่แต่เปลี่ยนไก่เป็นหมูสับไม่ใส่ผักรองแต่ใส่ผักโรย"
 
 
 
แล้วผมก็ได้กินทุกครั้ง นี่ครับ! มันต้องแบบนี้
 
ผมอยากให้มีมาตรฐานเกิดขึ้นในวงการร้านอาหารตามสั่ง
ขอฝากถึงร้านอาหารทั่วประเทศว่า
ลูกค้าสั่งอะไรไปก็ทำเถอะครับ อย่าบ่นอย่าไล่เขาออกจากร้านเลย
 
ทุกคนก็เหมือนกันเวลาเบื่อ อาหารเดิมๆ 
ก็คิดเมนูประหลาดๆกันให้บ่อยๆนะครับ
อย่าไปยึดติดกับแค่คำว่าไม่เคยกินหรือกลัวจะท้องเสีย
 
 
จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ครับ...
 
 
ขอให้ทุกคนช่วยๆกันนะครับ
พบเห็นร้านอาหารตามสั่งร้านไหนไม่ยอมทำตามเราสั่ง
ก็บอกให้เขาไปขายน้ำปั่นแทนละกัน
 
ผมว่าถ้าพวกเราช่วยกัน สังคมจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน
 
เพื่อประเทศชาติครับ ขอบคุณ
 
.
.
.
 
 
20 aprile

22

 
 
21 ตะหาก...
 
อายว่ะ นับอายุตัวเองผิด...
 
...
14 marzo

OndaBeachaHaHa~

 
 
 
อัพครั้งนี้ไม่มีอะไรจะพูดมากมาย
เอาเป็นว่าจัดเป็นไดอารี่ไปละกันนะ
ไปเที่ยวชะอำมาล่ะเอ้อ โฮ่ๆ...
 
10/03/49
 
     วันแรกสู่ของเดินทาง มีอาการไข้ขึ้นจากการไปรับน้อง
นึกว่าจะไม่ได้ไปซะแล้ว แต่ก็ยังถ่อสังขารไปจนได้
มีสมาชิกร่วมทริปทั้งหมด 6 คน
ขับรถกันไปก่อน 3 คน ชิวมากมาย
อีก 3 คนจะตามมาทีหลังเนื่องจากมีภารกิจกู้โลกกัน
 
ไปถึงนู่นราวๆ 11 โมง login ที่พักเสร็จ
ก็เล่นไพ่ นอนดูทีวีรอพวกที่เหลือ
กะจะเล่นน้ำตอนเย็นๆ แต่พวกมันมาถึงก็ ทุ่มกว่า...
เลยไม่ได้เล่นน้ำ
 
อ้อ มีหมามู่ตามมาด้วย ตัวนึง ชื่อน้ำตาล
 
ก็กินข้าวเล่นไพ่ แล้วก็ซื้อเบียร์มากินกัน
ยุกันไปยุกันมา จัดไป 24 ขวด กินกัน 5 คน
 
ตายสิครับ...
 
11/03/49
 
      ตื่นเช้ามา ทุกคนอึนกันหมด นพบุ้งอ้วก เยี่ยมครับ...
แล้วเค้าก็มาเชิญออกเนื่องจากเมื่อคืนเสียงดังกันเกินไป
 
โอเคครับ พวกเราก็วุ่นวือกันจริงๆ แหกปากช้งเช้งกันถึงตี 3
ไม่เป้นไรครับ เปลี่ยนที่ใหม่ ได้ห้อง seaview ด้วย ชิวจริงๆ
 
นั่งเล่นเกมส์สักพักก็ไปเตะบอลชายหาด
แล้วก็เล่นโบตกัน จะตายเอา ส่วนโตกะนพบุ้งไม่ไหวขึ้นก่อน
เหลือสามคน... มีเรา กล้วย กะ เบริด์ โบตเด้งแบบ นรกเลย
 
ปีนเกลียวคลื่น เหิรฟ้า ท้านรกสาด...
 
ขึ้นมาหมดแรง...
นอนตายซักพักก็ขับรถไปกินข้าวกันที่หัวหิน
อร่อย ถูก เยี่ยมกู๊ดเป็นที่สุด...
 
ซื้อเทียนกลับมาวางไว้นอกห้อง ชิวๆ
พอทุกคนหลับเราก็ออกไปถ่ายรูป...
แม่งไม่มีเพื่อนเลยวุ้ย...
ตีสองกลับมาก็นอน
 
12/03/49
 
       ตื่นมา 10 โมงไปขี่จักรยานเล่น
แล้วก็ไปนั่งชิวที่ชายหาดราวๆ4 โมงก็กลับบ้าน
ซื้อของฝาก กว่าจะถึงบ้านก็ทุ่มนึง กลับมาเล่นเนตแล้วก็นอน
พรุ่งนี้เริ่มฝึกงานอย่างเป็นทางการวันแรก หึหึ...
 
 
สนุกมาก เจ๋งจริงๆ
ปิดเทอมมันก็ต้องไปทะเลสินะ...
 
วิฮิ้ว~ . . .
 
 
 
08 marzo

Catchthejunior

 
 
 
หลังจากเหตุการณ์ไฟดับคราวที่แล้ว
ก็ไม่ได้อัพบล็อกมานานเลยทีเดียว
 
 
อ่า...นั่นสินะ...
 
 
คืองี้ คือว่าได้ไปรับน้องมาๆ
เป็นอะไรที่สนุกมากพอดู
 
ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง จากเพื่อนๆหลายๆคน
ได้ประสบการณ์ดีๆ จากพี่ๆน้องๆมากมาย
มีความสุข มีความเซ็ง ไปพร้อมๆกัน
เรียนรู้ความผิดพลาด
เติบโตขึ้นอีกระดับ
 
และในที่สุด พวกพี่ๆที่คอยให้คำปรึกษาจะไม่มีอีกแล้ว
พวกพี่ๆที่ เคยคุยกัน เล่นกัน จะเรียนจบกันไปแล้ว
 
แล้วเราก็จะกลายเป็นพี่ปีสี่แล้วสินะ
คิดๆดูก็วูบไปเหมือนกัน

 
.
.
.

 
ต่อไปนี้เราคือสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าพี่แล้วนะ...

 
กลับไปคิดกันให้ดีๆนะเพื่อนๆ...
แล้วก็อย่าลืมกฏข้อที่หกด้วยล่ะ...

.
.
.
 
 
ว่าแต่โบ๊ตแม่งมันส์ว่ะ...
 

   
 
                                               "แด่ จอมพลังบอย..." 
                                                         ( GB )
 
 
 
18 gennaio

aloninginthedarkness...

 
 
 
 
คุณเคยตื่นขึ้นมากลางดึกรึเปล่า?
คุณเคยอยากหาสิ่งมีชีวิตมาพูดคุยด้วยตอนตีสามบ้างไหม?
ความเงียบงันในความมืดมิดทำให้คุณกังวลใจได้มากแค่ไหน?
 
 
 
บางทีความมืดก็เป็นเพื่อนที่ดีในบางเวลา...
แต่บางครั้งการอยู่คนเดียวในความมืดมันก็น่ากลัวในระดับนึง
เพราะความมืดและความเงียบ สามารถโจมตีจิตใจเราได้ตลอดเวลา
 
 
ทุกครั้งที่เราจมดิ่งอยู่กับความมืดมิด
อะไรแปลกๆจะผุดขึ้นมาในหัวเสมอ
 
 
และช่วงนี้... ความมืดกำลังเกาะกุมจิตใจผมอยู่...
 
 
ช่วงนี้ผมรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว...
 
 
สิ่งมีชีวิตทีเรียกว่าเพื่อนของผม ค่อยๆหายไป...
หายไปจากกาลเวลาบ้าง จากระยะทาง จากงานที่วุ่นวาย หรือจากความรักของมันเอง
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเพื่อนซึ่งเป็นเหมือนเกราะกำบังในจิตใจของผมค่อยๆหลุดไป ร่วงไป
จนในที่สุด พอมารู้สึกตัวอีกที
 
 
 
 
 
 
ผมเหลือเพียงตัวคนเดียว ท่ามกลางความมืดที่ไร้จุดจบ...
 
 
 
 
 
ความมืดเริ่มโจมตีผมได้มาหลายวันแล้ว...
อดีตที่เคยลืมๆไปค่อยๆผุดขึ้นมาในช่วงตอนกลางวัน
และนอนสงบนิ่งอยู่จนผมไม่ทันรู้สึกตัว
แต่ในตอนกลางคืนพวกมันต่างตื่นขึ้นมา
พร้อมกับโจมตีจิตใจของผมได้อย่างต่อเนื่อง และแม่นยำ...
 
 
 
 
ความสุขในอดีต กลับกลายเป็นความทุกข์ในปัจจุบัน
สิ่งของที่เป็นเศษเสี้ยวของความทรงจำ ต่างทิ่มตำลงบนจิตใจ
ความฝันที่จางหายไป กลับเด่นชัดขึ้นมาราวกับจะเยาะเย้ยที่เราทำมันไม่ได้
 
 
 
 
แต่ละค่ำคืนของผมช่างยาวนานเหลือเกิน...
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
(  เวอร์ดีป่ะ?  )
 
 
 
  
 
 
kink  
Foto 1 di 3